Showing posts with label Educational Books. Show all posts
Showing posts with label Educational Books. Show all posts

Thursday, August 14, 2014

លោក ហង់ ជួនណា​រ៉ុ​ន៖ ​​អ្នក​ជា​ប់​បាក់ឌុ​ប​មាន​តែ​៥ទៅ​២០​ភាគរ​យគឺ​​មិន​ពិត​ឡើយ

(អត្ថបទចុះ​ផ្សាយ​នៅ​ថ្ងៃ    15-08-2014,  11:27 am) |  ដោយ រឿន ភារុន


រដ្ឋមន្ត្រីក្រសួង​អប់រំ យុវជន និង​កីឡា លោក ហង់ ជួន ណា​រ៉ុ​ន បាន​បដិសេធ​ចំពោះ​ការ​លើកឡើងថា លទ្ធផល​បាក់​ឌុប​ឆ្នាំនេះ នឹងមាន​បេក្ខជន​ធ្លាក់​រហូតដល់​ទៅពី​៨០​ទៅ៩០ភាគរយ ឬ​ជាប់​ត្រឹមតែ៥ទៅ២០ភាគរយ​ប៉ុណ្ណោះ។ លោក​មិនបាន​ផ្តល់ព័ត៌មាន​លំអិត​ណាមួយ​ឡើយ ខណៈ​លទ្ធផល​ផ្លូវការ​មិនទាន់​ត្រូវបាន​ប្រកាស​ទេនោះ។
រដ្ឋមន្ត្រី​រូបនេះ បាន​បញ្ជាក់ថា៖«សូមប្អូនៗ ឬក្មួយៗសិស្សានុសិស្ស​កុំ​មានការ​ព្រួយបារម្ភ។ ដោយសារ​ពិន្ទុ​មិនទាន់បាន​បូកសរុប​ហើយ។ បើ​ថា​ជាប់​តែ ៥ ទៅ ២០ ភាគរយ​នោះ​គឺ​មិន​ពិតតែ​ម្តង»។

ដើម្បី​ពង្រឹងគុណភាព​ក្នុង​វិស័យ​អប់​រំលោក​រដ្ឋមន្ត្រី​បាន​បន្ថែមទៀតថា៖ «យើង​ត្រូវតែ​យុត្តិធម៌​ឲ្យ​សិស្ស​ដែល​ខិតខំ​ប្រឹងប្រែង​ព្យាយាម​សិក្សា​ពិតប្រាកដ។ សិស្ស​ណា​ដែលមាន​ចំណេះវិជ្ជា​ច្បាស់លាស់​នឹង​ទទួលបាន​ជោគជ័យ ចំពោះ​សិស្ស​ដែល​មិនទាន់​ទទួលជោគជ័យ​ត្រូវខិតខំ​សិក្សា​បន្ថែមទៀត»។

លោក ហង់ ជួនណា​រ៉ុ​ន បាន​ចោទ​ជា​សំណួរ​ទៅកាន់​អាណាព្យាបាល​សិស្ស​ថា៖«យើង​អាច​អនុញ្ញាត​ឲ្យ​សិស្ស​បើក​ចម្លង​មើល​បាន ប៉ុន្តែ​ថា​តើ​ឪពុកម្តាយ​ចង់​ឲ្យ​សិស្ស​ទទួលបាន​សញ្ញាបត្រ​តាម​ការបើក​មើល ឬមួយ​ក៏​ចង់​ទទួល​សញ្ញប​ត្រ​ដោយ​ឈរលើ​ចំណេះ»។

បើតាម​លោក​រដ្ឋមន្ត្រី ការប្រឡង​លើក​ទី ២ នឹងត្រូវ​ប្រព្រឹត្តទៅ​បន្ទាប់ពី​ការប្រកាស​លទ្ធផល​ចំនួន ១៥ ថ្ងៃ ហើយ​ការប្រឡង​លើក​ទី ២ ក៏​នឹងត្រូវ​អនុវត្តន៍​តាម​វិធានការ​ដូច​ការប្រឡង​លើកទីមួយ​ផងដែរ។

គួរ​បញ្ជាក់ថា លទ្ធផល​ប្រឡង​សញ្ញាបត្រ​មធ្យមសិក្សា​ទុតិយភូមិ​ក្នុងឆ្នាំនេះ​នឹងត្រូវ​ប្រកាស​នៅ​រសៀល​ថ្ងៃទី២៩ ខែសីហា ឆ្នាំ២០១៤ សម្រាប់​មណ្ឌល​ប្រឡង​ក្នុង​ខេត្តកណ្តាល និង​រាជធានី​ភ្នំពេញ ហើយ​រសៀល​ថ្ងៃទី ៣០ ខែសីហា ឆ្នាំ២០១៤ សម្រាប់​មណ្ឌល​ប្រឡង​តាម​បណ្តា​ខេត្ត​នានា៕

សូមអរគុណប្រភព៖ http://thmeythmey.com/index.php?page=detail&ctype=article&id=17390&lg=kh&#detail_block

Tuesday, September 17, 2013

UNIVERSITY OF WESTERN ONTARIO - ELECTRONIC THESIS AND DISSERTATION REPOSITORY


Publications

University of Western Ontario - Electronic Thesis and Dissertation Repository


Monday, September 16, 2013

หนังสือ "ภาวะผู้นำใฝ่บริการ (servant leadership)

 หนังสือ "ภาวะผู้นำใฝ่บริการ (servant leadership) ที่ผู้เขียนทำเป็นไฟล์ pdf สำหรับเป็น ebook ด้วยไฟล์
+โพสต์เมื่อวันที่ : 16 พ.ค. 2554

.....
หนังสือ "ภาวะผู้นำใฝ่บริการ (servant leadership) ที่ผู้เขียนทำเป็นไฟล์ pdf สำหรับเป็น ebook ด้วยไฟล์ pdf  ไปดาวโหลดได้ที่...
http://www.mediafire.com/?iy2gia9i17d73

เนื้อหา ในหนังสือผู้เขียนได้สืบค้นมาจากฐานวิทยานิพนธ์ออนไลน์ ส่วนใหญ่เป็น ProQuest   นำเสนอวิวัฒนาการของแนวคิดทฤษฎีภาวะผู้นำ จากภาวะผู้นำที่เป็นแนวดิ่ง (hierarchical leadership) มาเป็นภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (transformational leadership) และมาเป็นภาวะผู้นำแบบเอื้ออำนวย (facilitative leadership)  ซึ่งภาวะผู้นำใฝ่บริการ (servant leadership) เป็นแนวคิดในกลุ่มหลังนี้  มีการทำวิจัยและนำไปปฏิบัติ ฝึกอบรม ในหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนมากมาย  ผู้เขียนได้สรุปบทคัดย่อภาษาอังกฤษงานวิชาการด้านภาวะผู้นำใฝ่บริการไว้ จำนวนหนึ่ง   เป็นประโยชน์สำหรับนักวิชาการ นักศึกษา เพื่อการค้นคว้าอ้างอิง และผู้ปฏิบัติเพื่อนำไปใช้พัฒนาองค์การ  ได้พิมพ์และแจกจ่ายหมดแล้วสองครั้ง ไม่วางขายในร้านหนังสือ  มีเป็นเล่มในห้องสมุดมหาวิทยาลัยหลายแห่ง  แต่สะดวกสำหรับการดาวโหลดจากลิงค์ที่ให้ไว้


อ้างอิง: 
สัมฤทธิ์ กางเพ็ง, สรายุทธ กัน
หลง. (2553). ภาวะผู้นำใฝ่บริการในองค์การ : แนวคิด หลักการ ทฤษฎี และงานวิจัย (Servant Leadership in Organization : Concept, Principle, Theory and Research). ขอนแก่น : คลังนานาวิทยา, 2553.
เวปเกี่ยวข้อง...
Servant Leadership documents at SWU library เอกสารภาวะผู้นำใฝ่บริการห้องสมุด มศว.
http://yuthxx.multiply.com/journal/item/376/376


ต้วอย่างในหนังสือ...

คำนำ
ผู้เขียนได้จัดทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นโดยมีเป้าหมายหลัก เพื่อให้นักศึกษาที่สอนอยู่ได้มีความรู้ใหม่ๆ ของภาวะผู้นำจากงานวิจัยโดยเฉพาะงานวิจัยต่างประเทศล่าสุด ที่มีการศึกษาวิจัยเรื่องภาวะผู้นำใฝ่บริการ (servant leadership) มากทั้งทางด้านการศึกษา ด้านการบริหารภาครัฐ และการบริหารภาคเอกชน ที่มีการนำไปประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลาย แต่ด้วยข้อจำกัดทางภาษาอังกฤษ ทำให้แทบไม่มีวรรณกรรมที่เป็นภาษาไทยเลย ดังนั้น หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเล่มแรกที่เป็นภาษาไทย เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาและผู้ปฏิบัติที่สนใจภาวะผู้นำใฝ่บริการได้ทำการค้นคว้าและนำไปประยุกต์ใช้เพื่อต่อยอดในบริบทของไทยต่อไป
ภาวะผู้นำใฝ่บริการ (servant leadership) เป็นภาวะผู้นำที่ผู้นำอุทิศตัวรับใช้บริการเสียสละให้ผู้อื่นพัฒนาทั้งด้านจิตใจและความสามารถ สร้างเป็นชุมชนที่อยู่ร่วมกันมีความสุข ซึ่งผู้เขียนเองก็ได้มีประสบการณ์ตรงด้านงานวิจัยและการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับภาวะผู้นำในบริบทสังคมไทยจึงได้นำแนวคิดรวบยอด หลักการ ทฤษฎี และงานวิจัย มานำเสนอ พร้อมกับมีข้อเสนอแนะเพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในสาขาวิชาต่างๆ ได้นำไปใช้ในการเรียนหรือทำวิทยานิพนธ์ โดยมีการอ้างอิงตามหลักสากล  แต่เนื่องจากตั้งใจให้หนังสือนี้แพร่หลาย มีราคาไม่แพงนักและกะทัดรัด เพื่อเป็นประโยชน์อย่างกว้างขวาง จึงมีข้อจำกัดด้านเนื้อหาและจำนวนหน้า ซึ่งผู้เขียนจะได้นำข้อมูลงานเขียนที่มีอยู่ไปลงในหนังสือเล่มต่อไป ในฐานะที่เชื่อมั่นในการเรียนรู้ร่วมกัน จึงยินดีรับฟังข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะหรือร่วมกันปรึกษา และร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ในด้านภาวะผู้นำ ผ่านทางเว็บ
http://yuthxx.multiply.com/journal/item/292/292 หรือสามารถติดต่อได้ที่อีเมล์ เบอร์โทรศัพท์ หรือไปรษณีย์ ในหน้าประวัติผู้เขียนในด้านหลัง ขอกราบขอบพระคุณคณาจารย์ที่ได้อบรมให้ความรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งรองศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา คัมภีรปกรณ์ และรองศาสตราจารย์ ดร.วิโรจน์ สารรัตนะ ที่นอกเหนือจากเป็นอาจารย์ผู้สั่งสอนศิษย์ทั้งสองนี้แล้ว ยังเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจ ให้การสนับสนุนส่งเสริมช่วยเหลือแนะนำแหล่งสืบค้น ตลอดจนหนังสือในการเขียนครั้งนี้ด้วยความกรุณาเป็นอย่างยิ่ง ทำให้หนังสือเล่มนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาหรือผู้ที่สนใจศึกษาทั่วไปตามสมควร หากมีข้อผิดพลาดหรือบกพร่องประการใด ผู้เขียนยินดีรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้นต่อไป
ดร. สัมฤทธิ์ กางเพ็ง
นาวาอากาศเอก ผศ. สรายุทธ กันหลง

ลงในเวป "ครูบ้านนอกดอทคอม"
http://www.kroobannok.com/blog/43439



งานเขียนออนไลน์ของสรายุทธ กันหลง เกี่ยวกับการวิจัย บริหารการศึกษา และรัฐประศาสนศาสตร์
http://www.kroobannok.com/yuthxx
และ
http://yuthxx.multiply.com/tag/research

เกี่ยวกับผู้เขียน (about the author)
http://yuthxx.multiply.com/journal/item/323/323


น.อ. ผศ. สรายุทธ กันหลง
(Assistant  Prof. Sarayuth Kunlong, Colonel)
Mobile:  085 3260440  
yuthxx@gmail.com
http://www.facebook.com/sarayuth.kunlong
Skype : yuthxx
Multiply : http://yuthxx.multiply.com/
Resume
http://yuthxx.multiply.com/journal/item/323/323

Wednesday, August 28, 2013

Learning to Become Lifelong Global Citizens

Soveacha Ros
Northern Illinois University, soveacha2002@yahoo.com

Abstract
This study examines transition practices of four international male graduate students from
Cambodia pursuing social science degrees at Northern Illinois University (NIU). An
interview guide was designed and grounded in three questions: (1) How do informants
describe their academic and social experiences during their first year at NIU?; (2) What
adaptation resources do they have at their disposal (i.e. on NIU campus, in DeKalb and
neighbouring communities, social networks in Cambodia and America)? How do these
resources help them to adjust; (3) How do they view themselves as international students
at NIU? And, how does this view play a role in their adaptation process?
The analysis is drawn upon four individual in-depth interviews. Two informants have
been at NIU since August 2006 referred to as Senior 1 and Senior 2. The other two
participants have been at NIU since August 2007and are referred to as Junior 1 and
Junior 2.
Excerpts of critical markers accumulated from interviews are employed to emphasize key
themes in the data. Implications for teaching and learning in multicultural education
context and literature dealing with similar groups of students from South East Asia are
also discussed.
Download





Friday, August 2, 2013

การบริหารการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา

การบริหารการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา



การเปลี่ยนแปลงการบริหาร Management Change คือ วิวัฒนาการของแนวคิดทางการบริหารตามภาวการณ์ต่างๆ อาทิ การบริหารแนววิทยาศาสตร์ มนุษยสัมพันธ์ เชิงระบบและตามถานการณ์ ภาวการณ์ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามบริบท (Context) ของสังคม ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี ฯลฯ เป็นการเปลี่ยนแปลงซึ่งต้องบริหารแบบรู้เท่าทัน ทันการณ์ มีวิสัยทัศน์ โดยใช้พื้นฐานความรู้เดิมเป็นตัวตั้ง แล้วนำมาวิเคราะห์เรียบเรียง เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจ แล้วจัดการกำจัดจุดอ่อน และเพิ่มจุดแข็ง ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย “การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management)”
รูปแบบการบริหารการเปลี่ยนแปลง ในการบริหารการเปลี่ยนแปลง ต้องมีการพัฒนาองค์กร ซึ่งมีรูปแบบวิธีการที่ดีอย่างน้อย 3 รูปแบบ ดังนี้
  1. รูปแบบ 3 ขั้นตอน ตามแนวคิดของ Kurt Lewin ประกอบด้วย การคลายตัว (unfreezing) เนื่องจากเกิดปัญหาจึงต้องเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลง (changing) คือ การเปลี่ยนจากพฤติกรรมเก่า ไปสู่พฤติกรรมใหม่ และการกลับคงตัวอย่างเดิม (refreezing) เพื่อหล่อหลอมพฤติกรรมใหม่ให้มั่นคงถาวร
  2. รูปแบบ 2 ปัจจัย ตามแนวคิดของ Larry Greiner ที่เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดจากแรงบีบภายนอก กับการกระตุ้นผลักดันภายใน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงมีอยู่ตลอดเวลา ปัจจัยทั้งสองเกิดขึ้นตลอดเวลา จึงต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงโดย ศึกษาการเปลี่ยนแปลง ค้นหาวิธีการที่ดีกว่า ทดลองวิธีใหม่ หล่อหลอมข้อดีเข้าด้วยกัน เพื่อบริหารการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ
  3. รูปแบบผลกระทบของปัจจัย ตามแนวคิดของ Harold J. Leavitt ที่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดจากผลกระทบที่เกิดขึ้นตลอดเวลาของ งาน โครงสร้าง เทคนิควิทยาการ และคน ทั้ง 4 ประการนี้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงก็จะส่งผลกระทบเกี่ยวพันกัน และการเปลี่ยนแปลงบางเรื่องอยู่เหนือการควบคุม ดังนั้นผู้บริหารจึงต้องสนใจสิ่งที่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลง และผลกระทบที่เกิด หรือจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของแต่ละปัจจัย
แนวโน้มของกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับองค์การ
  1. ด้านโครงสร้าง (Structure)
  2. องค์ประกอบของประชากร (Demographic)
  3. เกิดจริยธรรมใหม่ของการทำงาน (New work ethic)
  4. การเรียนรู้และองค์ความรู้ (Learning and knowledge)
  5. เทคโนโลยีและการเข้าถึงสารสนเทศ (Technology and access to information)
  6. เน้นเรื่องความยืดหยุ่น (Emphasis on flexibility)
  7. ต้องพร้อมเผชิญต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว (Fast-paced change)
สิ่งที่ต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงในองค์การ
  1. เป้าหมายและกลยุทธ์
  2. เทคโนโลยี (Technology)
  3. การออกแบบงานใหม่ (Job redesign)
  4. โครงสร้าง (Structure)
  5. กระบวนการ (Process)
  6. คน (People)
ผู้บริหารที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่คุณภาพการศึกษา
  1. เป็นผู้นำวิสัยทัศน์( visionary Leadership ) และสามารถกระจายวิสัยทัศน์ไปยังบุคคล ต่าง ๆ ได้
  2. ใช้หลักการกระจายอำนาจ ( Empowerment ) และการมีส่วนร่วม ( Participation )
  3. เป็นผู้มีความสัมพันธ์กับบุคลากร ทั้งภายในและนอกองค์กร
  4. มีความมุ่งมั่นในการทำงาน
  5. ผู้นำคุณภาพจะต้องมีความรู้ความสามารถในการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีและใช้ข้อมูลสถิติ ในการวิเคราะห์และตัดสินใจ
  6. ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือลูกน้อง
  7. ความสามารถในการสื่อสาร
  8. ความสามารถในการใช้แรงจูงใจ
  9. เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ( Chang Leadership )
ความท้าทายการเปลี่ยนแปลง (Challenges of Change)องค์การที่มีโครงสร้างองค์การชนิดที่มีสายการบริหารหลายขั้นตอนหรือสั่งการหลายชั้นภูมิจะอยู่รอดได้ยาก ในอนาคตองค์การต่าง ๆ ต้องประสานความร่วมมือกันโยงใยเป็นเครือข่าย ในขณะเดียวกันโครงสร้างภายในองค์การก็จะต้องกระจายความสามารถในการตัดสินใจให้กับกลุ่มงานต่าง ๆ ให้มากที่สุด และมีลำดับชั้นการบริหารน้อยที่สุด และต้องเปลี่ยนแปลงองค์การเพื่อรองรับและก้าวให้ทันความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งท้าทายและมีอิทธิพลต่อความอยู่รอดขององค์การในศตวรรษที่ 21 เป็นอย่างมาก (ธวัช บุณยมณี, 2550)
แรงกดดันที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง (Force for Change) Robbins (1996, อ้างถึงใน ธวัช บุณยมณี, 2550: 142-144) ได้สรุปให้เห็นถึงปัจจัยกระตุ้น หรืแรงกดดันที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
  1. ลักษณะของแรกกดดันจากงาน (Nature of the work force) เช่น ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ
  2. เทคโนโลยี (Technology) เช่น ความเจริญก้าวหน้าของคอมพิวเตอร์ แนวคิดเรื่องการจัดการคุณภาพ การปฏิรูปองค์การ
  3. ความชะงักงันทางเศรษฐกิจ (Economic Shocks) เช่น การตกต่ำของตลาดหลักทรัพย์ การแกว่งตัวของอัตราดอกเบี้ย
  4. การแข่งขัน (Competition) เช่น การแข่งขันแบบโลกาภิวัตน์ การรวมตัวกันของกลุ่มต่างๆ
  5. แนวโน้มของสังคม (Social Trends)� เช่น� การเข้าสู่สถาบันระดับอุดมศึกษามากขึ้น� การชะลอการต่างงาน
  6. การเมืองของโลก (World Politics) เช่น การเปิดประเทศ ความขัดแย้งหรือการรุกรานกันของประเทศต่าง ๆ
แบบจำลองภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง รูปแบบการเปลี่ยนแปลงสามารถจำแนกออกเป็น  3 ลักษณะ คือ� การเปลี่ยนแปลงจากบนลงล่าง จากล่างขึ้นสู่เบื้องบน และแบบบูรณาการ (Schermerhorn, 2002:480 อ้างถึงใน ธวัช บุณยมณี, 2550)
  1. การเปลี่ยนแปลงจากบนลงล่าง (Top-Down Change) เป็นการริเริ่มการเปลี่ยนแปลงที่มาจากผู้บริหารระดับสูง ความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับ ความสมัครใจหรือความเต็มใจของพนักงานระดับกลางและระดับล่าง ทางธุรกิจเรียกว่า ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงแบบอี (Theory E Change)
  2. การเปลี่ยนแปลงจากล่างขึ้นบน (Bottom-Up Change) เป็นการริเริ่มการเปลี่ยนแปลงที่มาจากทุกระดับในองค์การและได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับต้นและระดับกลางในฐานะที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทางธุรกิจเรียกว่า ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงแบบโอ (Theory O Change)
  3. การบูรณาการภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Integrated Change Leadership) เป็นการนำประโยชน์ของการเปลี่ยนแปลงจากบนลงล่างและจากล่างขึ้นบนมาใช้ การริเริ่มจากระดับบนมีความจำเป็นในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงแบบแผนดั้งเดิม การริเริ่มจากระดับล่างเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างความสามารถของสถาบันเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั้งยืน
โดย… วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล
ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
เอกสารอ้างอิง
  • ธวัช บุณยมณี. ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลง. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2550.        
  • Cited from: http://www.pochanukul.com/?p=8